นาฬิการุ่นหมายเลขอ้างอิง 57260 เหนือขีดจำกัดของการผลิตนาฬิกากลไก
นาฬิกาเรือนนี้ถือกำเนิดขึ้นจากงานวิจัยที่ยาวนานถึงแปดปีและวิสัยทัศน์ของช่างนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญสามท่าน มาพร้อมระบบคอมพลิเคชัน 57 รายการที่ผสานรวมกันอยู่ในผลงานชิ้นเอกที่ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็นนาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาในเวลานั้น
สถาปัตยกรรมใหม่แห่งกาลเวลา
นาฬิการุ่นหมายเลขอ้างอิง 57260 ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นสุดยอดแห่งศิลปะในการผลิตนาฬิกา โดยรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญในระดับสูงสุดเอาไว้ในตัว นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นด้วยหน้าปัดคู่ ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 2,800 ชิ้น และอัญมณี 242 เม็ด โดยแต่ละฟังก์ชันได้รับการปรับขึ้นใหม่ ออกแบบใหม่ และนำมาตีความใหม่ เพื่อให้ได้ผลงานที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นาฬิกาที่รังสรรค์ขึ้นโดยใช้หลักการผลิตนาฬิกาแบบคลาสสิกควบคู่ไปกับแนวคิดที่แน่วแน่แห่งศตวรรษที่ 21 ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง มีระบบคอมพลิเคชัน 57 รายการ โดยบางรายการเป็นระบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในขณะนั้น เป็นนาฬิกาที่มากกว่าการรวบรวมระบบคอมพลิเคชั่นต่างๆ ไว้ แต่เป็นดั่งมาตรฐานใหม่ของนาฬิกา
ระบบปฏิทินถาวรแบบฮีบรู
ปฏิทินถาวรแบบฮีบรูซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยกลไกนั้นได้แปลงความซับซ้อนของวัฏจักรดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ให้กลายเป็นกลไกที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยความแม่นยำอย่างเหนือชั้น
นาฬิกาเรือนนี้สร้างขึ้นโดยอิงจากวัฏจักรเมโทนิกที่เกิดขึ้นทุก 19 ปี โดยรวมเอาเดือนที่สิบสามและแสดงวันศักดิ์สิทธิ์ยมคิปปูร์ตามปฏิทินเกรกอเรียนควบคู่ไปกับปีฮิบรูที่ไม่อิงตามศาสนา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผลงานที่สำคัญที่สุดในวงการผลิตนาฬิกากลไกร่วมสมัย
นาฬิกา Double Retrograde Rattrapante Chronograph
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกา ที่เข็มนาฬิกาโครโนกราฟสองเข็มจะทำงานพร้อมกันโดยไม่เคยมาบรรจบกันเลย เข็มแต่ละอันจะเคลื่อนที่ตามเส้นโค้งเรโทรเกรดของตัวเองบนด้านตรงข้ามกันของหน้าปัด ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจและปฏิวัติวงการกลไกของนาฬิกาจับเวลาแบบเสี้ยววินาที
สถาปัตยกรรมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายในบริษัททั้งหมดนี้จำเป็นต้องคิดค้นกลไกโครโนกราฟขึ้นใหม่ทั้งหมด
เสียงระฆังเวสต์มินสเตอร์ เสียงปลุก และฟังก์ชั่นเงียบพิเศษในเวลากลางคืน
นาฬิกาเรือนนี้มีโหมดการตีระฆังแบบ Grande Sonnerie และ Petite Sonnerie ซึ่งจำลองจังหวะการตีระฆังของ ""บิ๊กเบน"" นาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ได้อย่างแม่นยำ หัวใจสำคัญของระบบนี้คือระบบปลุกแบบบูรณาการที่มีแหล่งพลังงานสำรองในตัว ซึ่งสามารถส่งเสียงเตือนได้ทั้งแบบระฆังเดี่ยวแบบดั้งเดิม หรือแบบระฆังเวสต์มินสเตอร์อย่างเต็มรูปแบบในโหมด Grande หรือ Petite Sonnerie
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ ฟังก์ชันปิดเสียงอัตโนมัติในเวลากลางคืน ซึ่งจะหยุดเสียงตีระฆังระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 8.00 น. โดยไม่ต้องปรับค่าด้วยตัวเอง การผสมผสานที่ลงตัวอย่างหาได้ยากระหว่างความเชี่ยวชาญด้านเสียง ความชาญฉลาดทางกลไก และการออกแบบที่พิถีพิถัน
การชี้บอกตำแหน่งดวงดาวและทูร์บิญงทรงกลมอาร์มิลลารี
หน้าปัดที่สองแสดงภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มองเห็นได้จากเมืองบ้านเกิดของเจ้าของ พร้อมด้วยเวลาสุริยคติ สมการเวลา การแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และปฏิทินถาวรแบบคู่ระหว่างปฏิทินเกรกอเรียนและ ISO 8601 พร้อมวันที่แบบเรโทรเกรด นาฬิกาเรือนนี้มีฟังก์ชันแสดงโซนเวลาที่สองแบบ 12 ชั่วโมง ควบคู่กับการแสดงเวลาโลกแบบดิจิทัล เติมเต็มความเป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตรงกลางมีทูร์บิญงทรงกลมอาร์มิลลารีที่จะหมุนพร้อมกันในสามระนาบ เผยให้เห็นสัญลักษณ์มอลทิส ครอสทุกๆ 15 วินาที ซึ่งเป็นการตีความจักรวาลได้อย่างงดงามและแม่นยำ